music

 

มันทำให้ผมกลับมาคิดที่จะอยากได้เจ้ากระดานแอปเปิ้ลตัวนี้อีกครั้ง

 MixxMuse - iPad App เอาไว้มิกซ์เพลงครับ

น่าเล่นมากๆ interface ที่งดงามลงตัว

ใช้ยังไงไปดู video เลยง่ายกว่า 

 

Make a Party with MixxMuse - unique iPad App & Music Game !3:44

 

edit @ 16 Apr 2010 19:10:30 by Auttapong Maesincee

iriver K1 Smart HD มาพร้อม UI เท่ๆ แนว widget ครับ

อยากรู้ว่าเป็นยังไงดู youtube จะง่ายกว่าครับ

 

 

 

From http://www.blognone.com/node/13864 by mk 

บทความพิเศษโดย ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เกี่ยวกับประวัติของเทคโนโลยี MP3 ผมเห็นว่ามีประโยชน์มาก เลยขอบทความมาเผยแพร่ต่อ และได้รับอนุญาตจาก ดร. ทวีศักดิ์ เรียบร้อยครับ

ต้นฉบับจาก Viewpoints for Thailand โดยแก้ไขฟอร์แมตเล็กน้อย

เมื่อวานนี้ (๖ พย. ๒๕๕๒) สวทช. ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือวิจัยกับสถาบันเฟราน์โอเฟอร์(Fraunhofer Gesellschaft) ในวิทยาการด้านพลังงานทดแทน วัสดุจากชีวมวล ด้านลอจิสติก และด้านการวางแผน โดยผู้บริหารสูงสุดของสถาบันเฟราน์โอเฟอร์ Professor Bullinger และคณะ มาร่วมลงนามที่ สวทช. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี บุคลากรของทั้งสองสถาบัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นกันมากมาย ผมจึงอยากจะนำเกร็ดความรู้อันหนึ่งมาเล่าให้ฟัง เพราะสิ่งประดิษฐ์ของสถาบันแห่งนี้อันหนึ่ง ประสบความสำเร็จก้องโลก สมควรที่เราจะทราบที่ไปที่มาของมัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หาอ่านไม่ได้ แม้ในวิกิพีเดียเอง ก็พูดถึงสิ่งนี้ไม่ชัดเจนนัก

สถาบันเฟราน์โอเฟอร์ ทำหน้าที่คล้ายๆ กับ สวทช. และหน่วยงานที่เรียกว่า ITRI (Industrial Technology Research Institute) ของไต้หวัน กล่าวคือ เป็นแหล่งที่ทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อส่งต่อให้ภาคอุตสาหกรรมไปทำ การผลิตหรือทำการค้าให้เศรษฐกิจของประเทศเข้มแข็ง ที่ต่างกันอยู่หน่อยหนึ่งก็คือ ทั้งสองสถาบันที่เยอรมันและที่ไต้หวัน เขาไม่ต้องทำงานมากเท่าสวทช. กล่าวคือ เขาไม่ต้องห่วงเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือพัฒนาคน หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีมากนัก เพราะมีสถาบันอื่นๆ ทำคู่ขนานกันไป งานของเขาจึงเน้นการรับงานหรือนำปัญหาของภาคการผลิตมาหาคำตอบที่ดี แล้วนำกลับออกไปสู่ตลาด เมื่อภาคการผลิตได้ประโยชน์ชัดเจน เขาก็เพิ่มวงเงินเพื่อการวิจัยและพัฒนามากขึ้นๆ ตามลำดับ เนื่องจากผลลัพท์ที่ได้มันคุ้มที่จะลงทุน

สถาบันเฟราน์โอเฟอร์ ซึ่งมีสถาบันวิจัยกระจายอยู่ทั่วประเทศเยอรมนีอยู่ ๖๐ สถาบัน มีพนักงานประมาณ ๑๖,๐๐๐ คน และมีงบประมาณรายจ่ายปีละประมาณ ๑.๖ พันล้านยูโร (ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท) ทำงานโดยของบประมาณตรงจากรัฐสภา ประมาณ หนึ่งในสามของทั้งหมด ส่วนรายรับอีกสองในสาม มาจากการจ้างวิจัยจากภาคเอกชนและรายรับจากทรัพย์สินต่างๆ ที่มี

ท่านอาจจะถามว่าแล้วมาเกี่ยวข้องกับ MP3 อย่างไร

คำตอบก็คือว่า MP3 นั้น เป็นเทคโนโลยีของเฟราน์โอเฟอร์ครับ หากไม่มีระบบบีบอัดข้อมูลเช่นนี้ พวกเราคงไม่ได้รับความสะดวกสบายในการฟังเพลงแบบดิจิทัลอย่างที่เป็นอยู่ การบีบอัดข้อมูลด้วย MP3 ถือว่าเป็นงานวิจัยชั้นยอด ที่ลดขนาดไฟล์เสียงที่มีคุณภาพสูง (CD quality) ที่ต้องใช้ข้อมูลประมาณนาทีละ ๑๐ ล้านไบต์ ลงมาเหลือเพียง นาทีละ ประมาณ ๑ ล้านไบต์ โดยคุณภาพของเสียง แทบจะไม่สูญเสียอะไรมาก ทำให้เครื่องฟังเพลงของเรา ซึ่งต้องใช้หน่วยความจำเก็บข้อมูล เก็บเพลงได้มากๆ รวมทั้งการฟังเพลงจากอินเทอร์เน็ต ก็ใช้เวลาดาวน์โหลดเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถฟังได้สบาย

ต้องยอมรับว่า คุณภาพเสียงของเขาดีจริงๆ แถมยังเป็นมาตรฐานสากล MPEG (Motion Picture Expert Group) ที่ผู้ใช้ทั่วไป ได้ประโยชน์อย่างมาก น้อยคน ที่จะทราบว่า หลายเทคนิคในมาตรฐาน MP3 เกิดจากการวิจัยขั้นสูงโดยทีมงาน Fraunhofer IIS ที่เมืองแอร์ลางเง่น (Erlangen) และด้วยความสำเร็จอันนี้ สถาบันได้รายรับจากการขายใบอนุญาตใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์ เกม และ ไมโครชิป เช่น ทอมสัน (ฝรั่งเศส) และโซนี่ (ญี่ปุ่น) กว่า ๑๐๐ ล้านยูโร ในปี ๒๐๐๘ นอกจากนั้นก็มีรายรับจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์มากมาย

ผมได้ไปลองอ่านชื่อสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับ MP3 ทั้งหมดแล้ว พบว่า นักวิจัยมีความเข้าใจในเรื่องการรับรู้เสียงของมนุษย์ และเรื่องดนตรีค่อนข้างลึกซึ้ง ความไพเราะและความชัดเจนของเสียงเมื่อฟังจากระบบ MP3 ส่วนหนึ่งเกิดจากผลการศึกษาที่ค้นพบว่า ขณะที่มีเสียงหลายเสียง และเสียงบางเสียงดังกว่าเสียงอื่น จะบดบังเสียงที่เบากว่า ซึ่งสามารถมาทำเป็นสูตรการคำนวณที่ช่วยบีบอัดข้อมูลได้ดี ถอดถอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ท่านผู้อำนวยการสถาบันเฟราน์โอเฟอร์เล่าว่า มีการจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการบีบอัดเสียงกว่า ๒๐ สิทธิบัตร ทั้งนี้มีการไปจดไว้ในหลายประเทศ รวมแล้วก็กว่า ๑๕๐ สิทธิบัตร ในประเด็นที่เกี่ยวกับการบีบอัดข้อมูลซึ่งรักษาความไพเราะของเสียง ที่เทียบเคียงมาจากการรับรู้ของมนุษย์ แม้นเสียงบางเสียงหายไปเนื่องจากการบีบอัดข้อมูล แต่ผู้ฟังก็มิอาจจะบอกได้

ไฟล์ฟอร์แมตแบบ MP3 ได้มีการยอมรับเป็นมาตรฐานสากลโดยองค์การเพื่อการมาตรฐานสากล (ISO – International Organization for Standardization) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๙๓ และเทคนิคเพิ่มเติมต่างๆ ที่ทำให้เสียงเพลงไพเราะขึ้นอีกจำนวนมาก เป็นสิทธิของสถาบันเฟราน์โอเฟอร์ ทั้งนี้ สถาบันได้มอบหมายให้บริษัททอมสัน เป็นผู้จัดการการบริการขายสิทธิการใช้เทคโนโลยีต่างๆ คนที่สนใจติดต่อได้ที่เว็บ http://MP3licensing.com

ผมลองเข้าไปดูแล้ว พบว่ามีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ MP3 อยู่หลายรายการที่เขาเปิดให้บริษัทอื่นๆ ซื้อใบอนุญาตได้

ผมถามศาสตราจารย์บุลลิงเงอร์ว่าทำไมจึงวิจัยเรื่องนี้ และความสำเร็จเป็นสิ่งที่อยู่ในแผนหรือไม่

คำตอบคือ เกิดจากการรับจ้างวิจัยกับนายจ้างรายหนึ่ง ที่ไม่รับสิทธิประโยชน์ของสิ่งประดิษฐ์อันนี้ และความสำเร็จที่เกิดขึ้น ก็ไม่เชิงเป็นการวางแผนตอนแรก

ศ.บุลลิงเงอร์เล่าว่า สถาบันต้องปฏิบัติตามกฎหมายเยอรมัน ซึ่งระบุว่า ในการรับจ้างวิจัยใดๆ ให้สิทธิประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดเป็นของผู้ว่าจ้าง (ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็หมายถึงบริษัทเอกชน) สถาบันเฟราน์โอเฟอร์ได้เพียงชื่อเสียง ใส่ชื่อลงไปในสิทธิบัตรได้ ว่าเป็นคนวิจัยสำเร็จ แต่คนที่ได้ประโยชน์ทางพาณิชย์คือผู้ว่าจ้าง (เอกชน) สำหรับกรณีของ MP3 นี้ มันบังเอิญและลงตัวเอามากๆ เพราะผู้ว่าจ้างคือ UNESCO ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ค้ากำไร การจ้างวิจัยคือให้มาหาวิธีการที่จะสร้างเครื่องรับวิทยุตรงจากดาวเทียมใน ราคาประหยัด และเปลือง bandwidth ของดาวเทียมให้น้อยเอาไว้ เพราะเป็นโครงการพัฒนาระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมด้วยเสียง ระบบ satellite radio ดังนั้น ระบบนี้จึงต้องพัฒนาเทคนิคที่ทำให้การรับฟังชัดเจน ใช้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลไม่สูงก็ฟังรายการวิทยุเพื่อการศึกษาได้ ศ.บุลลิงเงอร์บอกว่า ยูเนสโกตั้งเป้าให้เครื่องรับต้องไม่เกิน ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ แต่เมื่อทำจนจบแล้ว ราคาลงมาได้แค่เครื่องละ ๒๐๐ เหรียญ จึงยังไม่ตรงตามเป้าหมายทีเดียวนัก นอกจากว่าจะผลิตออกมาหลายล้านเครื่อง แล้วโครงการก็สิ้นสุดลง ไม่ได้ทำอะไรต่อ

ที่ท่านเล่าอย่างติดตลกก็คือว่า สถาบันเฟราน์โอเฟอร์ได้พยายามวิ่งขายเทคโนโลยีนี้ให้แก่อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนีอยู่พักนึง ทุกรายบอกว่า “มันคงไม่มีประโยชน์อะไรจากเขามากนัก” แล้วเรื่องก็ค่อยๆ เงียบไป

ต่อมาเมื่